ประวัติความเป็นมา 

             
     สันนิษฐานว่าการย้อมผ้ามีมากว่า 100 ปี มีการย้อมสีแหหรืออวน จับปลาเพื่อป้องกันการเปื่อย และเก่าง่าย โดยใช้ไม้มะเกลือมาต้มให้เกิดสี ต่อมาใช้เปลือกไม้ต่างๆ เช่น ไม้โกงกาง ไม้โปรงแดง ไม้โปรงดำ ไม้ตะบูน ไม้ตะบัน แต่ที่นิยมกันมาก คือไม้โปรง กับไม้ตะบูน ซึ่งเรียกการย้อมนั้นว่า  การย้อมผ้าน้ำกะเตา ซึ่งมีสีน้ำตาลอย่างเดียว การย้อมเสื้อผ้าสมัยก่อนเกิดจากผู้ที่มีอาชีพตัดไม้ โดยตัดไม้แล้วทำให้ยางไม้ติดเสื้อผ้า ซักไม่ออก จึงเกิดการนำเปลือกไม้มาต้มแล้วนำเสื้อผ้ามาย้อมซึ่งทำให้ใส่แล้วเย็น สบาย ผู้ที่มีอาชีพตัดไม้ และเผาถ่านจึงนิยมย้อมเสื้อผ้า เพื่อนำไปใส่ในการประกอบอาชีพ  ต่อมามีการฟื้นฟูพิพิธภัณฑ์เขายี่สาร จึงมีการคิดค้นเพื่อทำเป็นของที่ระลึกเวลามีนักท่องเที่ยว หรือนักศึกษาค้นคว้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เขายี่สาร โดยมีการสืบสานภูมิปัญญาการย้อมผ้าด้วยเปลือกไม้ธรรมชาติซึ่งนำมาจากพืชป่าชายเลนที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาจัดทำเป็นเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดหน้า กระเป๋า เป็นต้น โดยเรียนการมัดย้อมจากสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม และพัฒนามาเป็นลวดลายของตนเอง โดยแต่ละชิ้นงานไม่ซ้ำแบบใคร และยึดหลักการใช้สีธรรมชาติเป็นเอกลักษณ์สืบสานต่อมา

 

อุปกรณ์การทำผ้ามัดย้อม


1. ผ้าที่ใช้ทำมัดย้อมหรือ (Tie - Dye) ใช้ผ้าได้หลายชนิด เช่น ผ้าฝ้าย ป่าน ลิน ปอ ไหม ไนลอน ลินิน โปลีเตอร์และขนสัตว์ ฯลฯ
2. วัสดุที่มัดหรือผูกผ้าจะต้องมีคุณสมบัติเหนียวสามารถยึดผ้าได้แน่น ได้แก่ เชือกฟาง พลาสติก เชือกกล้วย ยางเส้น เป็นต้น
3. สีสำหรับย้อมสารเคมีที่ใช้ย้อมสี
4. ตาชั่ง
5. ถ้วยตวง
6. ถุงยางใช้สำหรับจับผ้าย้อมสี
7. ไม้สำหรับคนสี
8. กาต้มน้ำ เตาไฟฟ้า
9. กะละมังสำหรับแช่ผ้าย้อมสีและใช้ทำความสะอาดผ้า
10. สารซักฟอกอื่นๆ

ขั้นตอนในการทำผ้ามัดย้อม
การเตรียมผ้า
                ผ้าที่ใช้ทำผ้ามัดย้อม ควรใช้ผ้าสีขาวหรือผ้าสีอ่อนผ้าที่มีขายตามท้องตลาดเป็นผ้าที่ผ่านการแต่งมาก่อน เพื่อให้ผ้าแข็งตัวและเป็นเงาเรียบ ผู้ผลิตจะแต่งและอาบผ้าด้วยสารเรซิ่นหรือแป้งใช้เป็นส่วนมาก สารตัวที่กล่าวมานี้นับว่าเป็น       อุปสรรคต่อการแทรกซึมของน้ำสี ฉะนั้นก่อนจะลงมือย้อมสี ควรขจัดสิ่งเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน แต่ถ้ามีสารอาบผิวใส่จำนวนน้อยอาจทำความสะอาดได้ โดยการใช้ผงซักฟอกได้

การเตรียมลายมัดย้อม
                ผู้ปฏิบัติผ้ามัดย้อมย่อมปรารถนาให้ลายที่เกิดขึ้นบนผ้าลายที่ไม่อยากให้ซ้ำกับผู้อื่น ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติงานมัดย้อมจึงผูกผ้าของตนเองได้อย่างอิสระ โดยการให้ความคิดคำนึงสร้างสรรค์ ลายที่ออกมาย่อมเป็นงานที่พึงพอใจของผู้ปฏิบัติเอง

การเตรียมน้ำย้อม
                การย้อมสี
                การทำผ้ามัดย้อมสามารถย้อมได้ตามวิธีกรรมถึงสีที่ย้อมได้ในอุณหภูมิสูงและต่ำได้ แต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงประเภทของสีและผ้าให้ถูกต้องหลายๆสี ภายหลังที่ได้ย้อมสีแรกเสร็จแล้ว เช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะได้สีและลายที่ต้องการ
                การมัดย้อมโดยการเล่นสีให้เป็นสีอ่อนสีแก่ในผืนเดียวกัน ในการย้อมสีอาจทำได้โดยการเริ่มจากสีอ่อนไปจนถึงสีเข้มจัด

สีรีแอ๊ดทีฟ
                สีประเภทนี้มีความทนทานสูงให้สีสดใส ย้อมง่าย ซึมเข้าในเส้นใยได้ดี โดยทำปฏิกิริยากับสารเคมีจะทำให้สีสดใส แต่ราคาค่อนข้างสูงย้อมง่าย แต่ถ้าย้อมน้ำเข้มจะต้องเอาผ้าที่ย้อมเก็บค้างคืนเสียก่อนจึงนำไปล้าง จะได้สีผ้าสีเข้มและสีที่ได้จะสดใสสวยงาม

 

วิธีย้อม
                ละลายสีด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เติมน้ำเย็นให้ครบตามจำนวน ใส่เกลือแกงโซดาแอช ตามลำดับ คนสารละลายให้เข้ากัน นำผ้าลงย้อม ใช้เวลาคนผ้ากลับไปกลับมา ประมาณ 20 นาที เพื่อให้ผ้าดูดซึมสีได้ทั่วแล้วแช่ผ้าต่ออีก 40 นาที
หลังจากนั้นจึงนำไปซักน้ำให้สะอาด

ขั้นตอนการมัดย้อมผ้า
                1.  เตรียมสารที่ใช้ย้อม
                2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์
                3. ละลายสีด้วยน้ำอุ่น
                4. ใส่เกลือแกงและโซดาแอช
                5. ใส่น้ำให้ครบตามจำนวน
                6. พักไว้
                7. เตรียมผ้าที่มัดไว้แล้วใส่ลงในน้ำย้อม
                8. คนพลิกไปพลิกมา
                9. แช่ทิ้งไว้ประมาณ 40-50 นาที
                10. ล้างน้ำให้สะอาดแล้วแกะเชือกออก
                11. ได้ลวดลายตามต้องการ

 

.......................................................................................................................................................

<<กลับ>>